19 ล้านบาทเอง! Leica M3 ตัวสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้

หากคุณต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ Leica บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานหลายยุคหลากสมัย ขณะนี้เป็นโอกาสอันดีที่คุณจะสามารถเป็นเจ้าของกล้อง Leica M3 ตัวสุดท้ายที่บริษัทผลิตออกมาในปี 1966 ในราคาแค่เพียง 19,067,457.14 บาทไทยเท่านั้น! Leica M3 เป็นกล้องเมาท์ M ตัวแรกของ Leica ตั้งแต่ปี 1954 เป็นกล้องระดับ Iconic ที่ใครๆก็ต่างหมายปอง โดยทั่วโลกมี Leica M3 เพียง 220,000 ตัวเท่านั้น โดย Leica M3 ที่กำลังพูดถึงนี้ วางจำหน่ายอยู่บนเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าชื่อดัง Ebay ซึ่งผู้เป็นเจ้าของ คือ Setadel Studios ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กล้องวงจรปิดตั้งแต่ปี 1998 ระบุว่ากล้องนี้มาพร้อมกับลายลักษณ์อักษรยืนยันจาก Leica ที่รับรองว่า หมายเลขซีเรียล 1164865 ของ Leica M3 นี้เป็นกล้องตัวสุดท้ายที่บริษัทผลิต ยังระบุอีกว่า Leica M3 ของตนอยู่ในสภาพใหม่ไม่เคยใช้เหมือนกับที่ส่งออกมาจากโรงงานผลิต แม้จะผ่านมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยสินค้านั้น ประกอบด้วย กล้อง Leica … Read more

Yashica เปิดระดมทุนคนอยากถ่ายฟิล์ม DigiFilm camera Y35 คาดการณ์มีผู้ร่วมลงขันกว่า 6000 คน

กลายเป็นมิติใหม่ของวงการถ่ายภาพอีกครั้งเมื่อบริษัทกล้องฟิล์มแดนปลาดิบอย่าง Yachica ออกมาปลุกระดมคนอยากถ่ายฟิล์มพร้อมเปิดแคมเปญระดมทุนทำกล้องฟิล์มระบบดิจิตอลนาม DigiFilm camera Y35 ลง kickstarter เว็บไซต์ Crown funding ชื่อดัง โดยกล้องดังกล่าวมีช่องใส่ฟิล์มของค่ายแต่สามารถถ่ายออกมาเป็นไฟล์ดิจิตอลในสไตล์ฟิล์ม ซึ่งจะไม่สามารถลบภาพที่ถ่ายออกจากกล้องได้จนกว่าจะเอาไปลบในคอมพิวเตอร์เอง ซึ่งผู้จัดทำอยากให้ผู้ใช้ได้สัมผัสฟีลลิ่งกล้องฟิล์มที่แท้ทรู เป็นแคมเปญที่น่าสนใจขึ้นมาทันทีหลังจากบริษัท Yashica ผู้ผลิตกล้องฟิล์มมาตั้งแต่ปี 1949 ก่อนที่จะเก็บตัวเงียบไปกว่า 10 ปี ปิ๊งไอเดียเด็ดที่จะนำเสน่ห์ของฟิล์มมารวมกับดิจิตอลหวังตีตลาดคนชอบถ่ายฟิล์มแต่คร้านที่หาร้านล้าง จนออกมาเป็นระบบใหม่ที่ชื่อว่า Digifilm พร้อมกล้องตัวแรก YASHICA Electro 35 และฟิล์ม สี ขาว ดำและสีน้ำเงิน สีส้มที่ให้คอนทราสต์สุดจัดมี ISO ให้เลือกทั้ง 1600 400 200 120 ถือว่าจัดมาครบทุกการใช้งานในเกือบทุกสถานการณ์ โดยเจ้ากล้อง YASHICA Electro 35 จะมาในคอนเซปต์ฟิล์มที่ต้องใส่ดิจิฟิล์ม Yachica ที่จะเป็นตัวควบคุมโทนสี ISO ของภาพ เสร็จแล้วปิดฝาหลังแล้วกดถ่ายโดยระบบโฟกัสจะเป็นออโต้ช่วยให้ผู้ใช้สบายใจว่าถ่ายชัดไม่มีมัวให้เห็น รวมถึงรูปที่ถ่ายไปแล้วเจ้าของภาพจะไม่มีทางลบหรือเห็นภาพหลังกล้องจนกว่าจะนำเมมโมรี่ไปใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ ถือว่าเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจมากๆ สำหรับแคมเปญนี้   … Read more

Rolleiflex คืนชีพหลังจากหายหน้าไปกว่า 50 ปี

สำหรับช่างภาพวัยดักแก่คงจะคุ้นหน้าคุ้นตากับกล้อง Twin-lens reflex กล้องยอดนิยมในอดีตตั้งแต่ปี 1927 ซึ่งในปัจจุบันนั้นหาซื้อตามร้านค้าทั่วไปยากมากขึ้น เว้นแต่หาดูตามร้านขายกล้องเก่า แต่ในปีนี้ Rolleiflex จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในแบบดิจิตอลชื่อ Rolleiflex Instant Kamera หลังบริษัท Rollei ออกมาส่งสารถึงโลกออนไลน์ว่าเจ้าเพื่อนเก่าสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะกลับมาโลดแล่นบนตลาดกล้องอีกครั้ง สำหรับประวัติความเป็นมาของเจ้า Rolleiflex ต้องย้อนกับไปในปี 1927 ก่อตั้งโดยสองเกลอ Paul Franke (de) และ  Reinhold Heidecke ร่วมก่อตั้งภายใต้ชื่อบริษัทว่า Werkstatt für Feinmechanik und Optik, ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนไปหลายชื่อจนท้ายที่สุดใช้ชื่อ Rollei Fototechnic GmbH & Co. KG ในปี 1981 จนมาในปี 1995 บริษัทแดนกิมจิ ซัมซุงเข้าซื้อบริษัทก่อนจะเปลี่ยนมืออีกครั้งหลัง Danish investment group เข้ามาเหมากิจการพร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทระดับตำนานนี้อีกครั้งในชื่อ Rollei GmbH ในปี 2004  โดยในตอนนี้บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองเข้าสู่ยุคโลกดิจิตอลมากยิ่งขึ้น … Read more

Harold Feinstein ช่างภาพหัวใจดนตรีกล่อมโลก

อพาร์ทเม้นท์หมายเลข 821 ของช่างภาพ Harold Feinstein ในช่วงวัยรุ่นที่อาศัยห้องเล็กๆ ในจัตุรัสตลาดดอกไม้ย่านชานเมืองของนิวยอร์ก สถานที่ที่อบอวลไปด้วยเสียงจอแจตามแบบฉบับตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายต่างเจรจาราวกับวงดนตรีแจ๊สหลายสิบวงกำลังแข่งขันบรรเลงเพลงสุดขบถไม่ซ้ำแบบ ไม่มีธรรมเนียมกฎเกณฑ์ใดๆ ขวางกั้นจินตนาการราวกับว่าโลกดนตรีของพวกเขากว้างไกลไร้ขอบเขตและเสรี ภาพถ่ายก็คงไม่ต่างกันนักในสายตาของช่างภาพนิวยอร์กเกอร์ที่ต่อมาเขาจะบรรเลงเพลงผ่านภาพถ่ายให้คนทั่วโลกได้รู้จัก Jazz Scene ของ Harold Feinstein Harold Feinstein ช่างภาพชาวอเมริกัน พื้นเพเป็นคนนิวยอร์กแถว Coney Island ย่านชานเมืองที่อุดมไปด้วยความหลากหลายไม่ว่า แอฟริกา รัสเซีย อิตาลีและยังมีกลุ่มคนหลายศาสนามาอาศัยร่วมกันซึ่งเป็นผลดีของเขาที่จะได้ทำความรู้จักพร้อมรับรู้ประสบการณ์ที่หลากหลาย จากการเดินทางเที่ยวเล่นตามประสาเด็กที่มีงบวันละ 25 เซนต์ เมื่ออายุย่างเข้า 15 ปีชีวิตของ Harold ก็เลือกที่จะเลือกเดินทางสายช่างภาพที่เขาชอบ จากการฝึกฝนมากว่า 2 ปีทำให้เขามีงานแสดงภาพของตัวเองในแกลเลอรี่ชื่อดังอย่าง Manhattan Limelight Gallery  ในวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น และอีก 6 ปีต่อมาเขาเข้าร่วมกองทัพเพื่อเข้าสู่สมรภูมิสงครามคาบสมุทรเกาหลีในฐานะช่างภาพสงครามครั้งแรก “ในตอนนั้นผมอยากเข้าร่วมสงครามในฐานะช่างภาพ ซึ่งโชคก็เข้าข้างผมเต็มๆ ผมได้เข้าร่วมกับกองทัพบกและได้พกกล้องติดตัวเดินทางตลอดการรับใช้ชาติ” Harold Feinstein รำลึกถึงความหลังในช่วงเวลาที่เขามีโอกาสได้เก็บภาพสงครามและผลงานของเขาได้รับการยกย่องในวงกว้างพร้อมกับการมีชื่อเสียงขึ้นมาทันที เมื่อกลับมาที่นิวยอร์ก บรรยากาศรอบเมืองกำลังอบอวลไปด้วยงานศิลปะแนว Abstract … Read more

เตรียมลา! หลังมีข่าวเลิกผลิต Fujifilm Acros 100 ในเดือนตุลาคมนี้

  เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าฟิล์มถ่ายภาพในตอนนี้กำลังจะหมดความนิยมลงไปจากกระแสความต้องการของช่างภาพลดลงไป แม้จะมีผู้ผลิตหลายหลายผยายามผลิตฟิล์มออกมาขายแต่ก็ไม่สามารถสร้างกระแสได้ ซึ่งเป็นใครไม่ได้นอกจาก Kodak ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกที่กำลังผจญภัยกับอุปสรรคความอยู่รอบตัว จนต้องขายสิทธิบัตรทิ้งไปหลายใบ ซึ่งทางฟูจิฟิล์มก็เป็นอีกหนึ่งรายที่เคยจะได้มีโอกาสได้เดินทางกับเพื่อนซี้ โกดักไปแล้วแต่ก็หางออกให้ตัวเองจนกลับมามีหน้ามีหน้าบนเวทีตลาดกล้องได้ โดยทุกคนต่างก็คิดว่าทั้งสองค่ายคงไม่ทำตนให้วินเทจส่งฟิล์มใหม่มาแน่นอน แต่โกดักก็ไม่ทำให้เราผิดหวังส่งฟิล์มใหม่ส่ง Tmax P3200 ออกมาสวนกระแสโลกจนได้ ในตอนนั้นทุกคนก็คิดว่าฟูจิอาจจะลงสินค้าบ้างไหมเพราะทางฟูจิเองก็ไม่เคยประกาศทิ้งฟิล์มแต่อย่างใดแถมเอาเสน่ห์ของฟิล์มมาต่อยอดใส่ใน Mirrorless อีกด้วย จนมาเมื่อวานมีข่าวหลุดน่าเศร้าของสายฟิล์มว่าทางฟูจิเตรียมฌาปนกิจ Fujifilm Acros 100 ในเดือนตุลาคมปีนี้ ที่มาของข่าวเศร้านี้เริ่มต้นจากเว็บไซต์ Casual Photophile รายงานว่าเขาไปเผือกเจอเบาะแสสำคัญเป็นเอกสารของของร้านค้าขายส่งฟิล์มชื่อดังในญี่ปุ่น ที่พวกเขาลงทุนพยายามแปลจากภาษาแดนปลาดิบมาเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็พบเรื่องเศร้าทันทีถึงการจากไปที่อาจไม่มีวันกลับของ Fujifilm Acros 100 ฟิล์มระดับตำนาน(จนละเอียด)ของฟูจิฟิล์ม แต่อย่างไรก็ตามทางผู้ค้าส่งแดนลุงแซมยังไม่ได้รับการแจ้งฟูจิแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันสื่อช่างเผือกรายนี้พยายามติดต่อหาเผือกจากทางฟูจิแล้วแต่เลขหมายที่ท่านเรียกยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ซึ่งขั้นต้นถือว่ายังเป็นข่าวลือแต่ก็เป็นข่าวลือที่ค่อนข้างมีมูลที่น่าเชื่อถือได้และอาจมีความเป็นได้สูงมากทีเดียว ซึ่งทางฟูจิเองตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาพยายามลดจำนวนการผลิตฟิล์มลงตั้งแต่ปีที่แล้ว สวนทางกับ Instax ที่ได้รับความนิยมสูงมาก จนเป็นเหตุให้มีประกาศเลิกทำ 4*5 Acros 100 ไปเมื่อปี 2017 และจะหายหมดตลาดในเดือนพฤษภาคมศกนี้ ดูจากที่ผ่านมาแล้วฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร และ 120อาจจะเป็นอีกชิ้นที่ต้องเก็บกระเป่ากลับบ้านเกิดตามเพื่อนไปแน่นอน แน่นอนว่าจะเป็นการปิดฉากชีวิตของฟิล์ม Acros โดยสมบูรณ์ Fujifilm Neopan … Read more

ชีวิตอยากอาร์ต ต้องห้ามพลาดฟิล์มโกดัก T-Max P3200

หลังจากรอคอยกันมาสักระยะแล้วสำหรับช่างภาพวินเทจชีวิตติดฟิล์มที่อยากจะลองฟิล์มสุดแซ่บแห่งปีของค่ายโกดักที่กลับมาแสดงพลังอำนาจย้อนยุคกับฟิล์มขาวดำ T-Max P3200 ที่พก iso มาเพียง 400 แต่ความสามารถของฟิล์มรุ่นนี้ไม่ได้จบแค่เลข 4 เท่านั้นแต่สามารถผลักความไวแสงของฟิล์มไปได้ไกลถึง 3200 เลยทีเดียว โดยฟิล์มสุดหล่อตัวนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ความไวแสงได้หลายระดับโดยเสียความละเอียดของภาพในโซนของเงาไปนิดเดียวในระดับ ISO ที่สูงที่สุด แต่ T-Max P32000 จัด grain สวยๆ แน่นๆ มาให้อย่างสวยงามตามแบบฉบับภาพขาวดำมาให้ช่างภาพยิ้มแก้มปริแน่นอน สนนราคาค่าสินสอดอยู่ที่ 6.99 USD หรือประมาณ 220 บาทไทย ถือเป็นการปลุกผีฟิล์มให้กลับมาโลดแล่นบนโลกดิจิตอลอีกครั้งของค่ายโกดัคด้วยแคมเปญเด็ดผ่านสื่อโซเชี่ยลชื่อดังอย่าง Instragram และ Twitter ภายใต้แฮชแทก #TMAX #P3200 #kodakprofessional จนกลายเป้นกระแสคนรักฟิล์มขาวดำที่ต่างตบเท้าโพสทั้งภาพ ทั้งกล่องฟิล์มพร้อมติดแฮชแทกลงโซเชี่ยลกันสนั่นพื้นที่ยุโรปกันเลยทีเดียว โดยสำหรับ T-Max P3200 เป็นอีกฟิล์มระดับตำนานที่สมัยก่อนผู้คนนิยมใช้ในระดับ ISO 800 ที่มีตัวอัการ “P” ประดับไว้ในชื่อเพื่อบอกให้รู้ว่ารุ่นนี้สามารถดัน ISO ไปได้ 3200 หรืออาจจะห้าวอัดไปอีก ถือว่าเป็นฟิล์มยิดนิยมในอดีตเลยก็ว่าได้ และการกลับมาครั้งถือว่าเป็นช่วงที่สังคมเริ่มหันมาสนใจการถ่ายรูปด้วยฟิล์มขนาด 35 mm มากยิ่งขึ้น … Read more